สุดยอด 10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ
- Dyson Purifier Big+Quiet Formaldehyde BP04
- Blueair รุ่น Classic Pro CP9i
- Airdog รุ่น X8 ProUltra AirPurifier
- SHARP Air Purifier รุ่น FP-J80TA-H
- SAMSUNG รุ่น AX32BG3100GBST
- Electrolux PetCare รุ่น EP53-45UGB
- Coway รุ่น ไจแอ้นท์ AIR PURIFIERS GIANT
- Honeywell รุ่น Air Touch Premium
- Philips Air Purifier รุ่น AC2220
- Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro
10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี
1. Dyson Purifier Big+Quiet Formaldehyde BP04
- พลังลมไกล 10 เมตร: ออกแบบสำหรับห้องกว้างสูงสุด 100 ตร.ม. กระจายอากาศสะอาดได้ทั่วถึง
- เงียบที่สุด: ทำงานเต็มกำลังแต่เสียงเบาเพียง 56 เดซิเบล
- ระบบกรอง 3 ชั้น:
- HEPA H13: ดักจับฝุ่น 0.1 ไมครอนได้ 99.95% (ใช้งานได้นาน 5 ปี)
- K-Carbon: กำจัดก๊าซและกลิ่น (กำจัด NO2 ได้ดีขึ้น 3 เท่า)
- SCO Filter: ทำลายสารก่อมะเร็ง ฟอร์มาลดีไฮด์ ถาวร (ไม่ต้องเปลี่ยนตลอดชีพ)
- เซนเซอร์ CO2: ตรวจวัดระดับคาร์บอนไดออกไซด์และแจ้งเตือนเมื่อควรระบายอากาศ
- โหมด Breeze: จำลองกระแสลมธรรมชาติให้ความรู้สึกเย็นสบายไม่ปะทะตัว
- Smart Control: ควบคุมผ่านรีโมทแม่เหล็ก หรือแอป MyDyson
2. Blueair รุ่น Classic Pro CP9i
- ครอบคลุมพื้นที่ 72-172 ตร.ม.
- HEPASilent™ Technology: กำจัดอนุภาคเล็กได้ถึง 99.97% ที่ขนาด 0.1 ไมครอน ดักจับฝุ่น PM2.5, เกสรดอกไม้, ไวรัส, แบคทีเรีย, กลิ่น, ควัน, สารเคมี, ขนสัตว์ และสารก่อภูมิแพ้ ได้รวดเร็วและเงียบกว่า HEPA ทั่วไป
- ระบบกรอง 5 ขั้นตอน: Pre-Filter > Electrostatic charge > HEPASilent™ Particle & Carbon > HINS Pure
- ไส้กรอง 3 ชิ้น + มอเตอร์ 3 ตัว เพิ่มประสิทธิภาพการกรองสูงสุด
- เซ็นเซอร์คุณภาพอากาศแม่นยำ ตรวจวัด PM1, PM2.5 และ PM10
- ไฟแสดงผลคุณภาพอากาศ 5 ระดับ (ฟ้า–เขียว–เหลือง–ส้ม–แดง)
- วัสดุพรีเมียม ตัวเครื่องทำจาก Premium Steel แข็งแรง ทนทานต่อรอยขีดข่วน
3. Airdog รุ่น X8 ProUltra AirPurifier
- Airdog X8 Pro Ultra (D) เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงสำหรับบ้านและสำนักงาน
- รองรับพื้นที่ใช้งานประมาณ 60 – 120 ตร.ม.
- กรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 99.9%
- ช่วยกำจัดไวรัส แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ และขนสัตว์
- ลดกลิ่นและสารฟอร์มาลดีไฮด์ในอากาศ
- ใช้เทคโนโลยี TPA Electrostatic Filter ไส้กรองล้างได้ ไม่ต้องเปลี่ยน
- มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศและแสดงผลแบบ Real-time
- CADR สูงสุดประมาณ 1,000 ลบ.ม./ชม. ฟอกอากาศได้รวดเร็ว
- เสียงเงียบ ใช้งานได้ต่อเนื่องทั้งวัน
- เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด ออฟฟิศ หรือพื้นที่ขนาดใหญ่
4. SHARP Air Purifier รุ่น FP-J80TA-H
- SHARP Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ พลาสม่าคลัสเตอร์ รุ่น FP-J80TA-H ขนาด 62 ตร.ม.
- พลาสมาคลัสเตอร์เข้มข้น 25,000 ไอออนต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อไวรัส สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์
- เทคโนโลโยี COANDA Airflow ช่วยให้อากาศไหลเวียนทั่วทุกมุมห้อง
- แผ่นกรอง HEPA ดับจับฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน ได้สูงสุด 99.97%
- เทคโนโลยี AIoT ควบคุมการทำงานผ่าน SHARP AIR APP ให้คุณตรวจสอบสภาพอากาศในห้องได้ทุกที่ทุกเวลา
- เซ็นเซอร์อัตโนมัติตรวจจับมลภาวะ 6 ชนิด ได้แก่ PM2.5 ฝุ่นละออง กลิ่น อุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่าง
- ฟังก์ชั่นตั้งเวลา และโปรแกรมป้องกันเด็กเล่นเครื่อง
5. SAMSUNG รุ่น AX46BG5000GSST
- พื้นที่กว้าง: ฟอกอากาศสะอาดครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ถึง 60 ตร.ม.
- ฟอกไว 3 ทิศทาง: ระบบ 3-Way Air Flow กระจายอากาศบริสุทธิ์ได้เร็วและทั่วถึงทุกมุมห้อง
- กรองละเอียด 99.97%: จัดการได้ทั้งกลิ่น ก๊าซพิษ และฝุ่นเล็กถึง PM 0.3 รวมถึงยับยั้งแบคทีเรียด้วย Zinc Oxide
- หน้าจออัจฉริยะ: โชว์ค่าฝุ่นเป็นตัวเลข (PM1.0/2.5/10) พร้อมแถบสีบอกคุณภาพอากาศชัดเจน
- สั่งงานผ่านมือถือ: ควบคุมง่ายผ่านแอป SmartThings (Wi-Fi) ได้ทุกที่ทุกเวลา
- ดีไซน์สวย เคลื่อนย้ายง่าย: มี ล้อซ่อนใต้เครื่อง เข็นไปได้ทุกห้องแบบไม่เสียดีไซน์
6. Electrolux PetCare รุ่น EP53-45UGB
- PetCare Filter: ออกแบบมาเพื่อดักจับขนสัตว์และสะเก็ดผิวหนังโดยเฉพาะ ลดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.9%
- UltimateHome 500: เหมาะสำหรับห้องขนาด 56 ตร.ม. ดีไซน์พรีเมียมสไตล์สแกนดิเนเวีย
- กรอง 5 ขั้นตอน: กำจัดฝุ่นละเอียด (PM 2.5), กลิ่นไม่พึงประสงค์, ก๊าซอันตราย และยับยั้งเชื้อไวรัส/แบคทีเรีย
- PureDirect System: กระจายอากาศสะอาดแบบหมุนวน ทั่วถึงทุกมุมห้องอย่างรวดเร็ว
- Smart Control: ควบคุมและเช็กคุณภาพอากาศแบบ Real-time ผ่านแอป Electrolux App
- เสียงเงียบ: โหมด Sleep ทำงานเงียบเชียบ ไม่รบกวนการพักผ่อนของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
- เซนเซอร์: ตรวจจับฝุ่นละเอียดระดับสูง พร้อมไฟบอกคุณภาพอากาศตามสี
7. Coway รุ่น ไจแอ้นท์ AIR PURIFIERS GIANT
- พื้นที่กว้างพิเศษ: ฟอกสะอาดครอบคลุมสูงสุดถึง 192 ตร.ม. (เหมาะกับออฟฟิศ, คาเฟ่, โถงบ้านใหญ่)
- พลังฟอกคูณสอง (Dual Power): ใช้มอเตอร์คู่และชุดกรอง 2 ด้าน (หน้า-หลัง) รวม 4 ชุด ฟอกอากาศได้เร็วและแรงกว่าปกติ
- ระบบกรอง 4 ขั้นตอน: กรองฝุ่น PM 2.5, กลิ่น, ก๊าซพิษ และยับยั้งเชื้อโรคได้ 99.9%
- หน้าจออัจฉริยะ: โชว์ค่าฝุ่นเป็นตัวเลข Real-time พร้อมวงแหวนไฟบอกระดับอากาศ 4 สี
- เคลื่อนย้ายง่าย: มีล้อลากในตัว สะดวกแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่
8. Honeywell รุ่น Air Touch Premium
- ระบบการกรองอากาศหลายชั้นที่ได้รับสิทธิบัตรเฉพาะ
- แผ่นกรองขั้นต้น (Pre-Filter) ช่วยกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10)
- แผ่นกรองประสิทธิภาพสูง (HEPA) ช่วยกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน (PM2.5) ถึงเล็กกว่า PM0.1
- แผ่นกรองเทคโนโลยี HiSiv แผ่นกรองที่ได้รับรองสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา เป็นเทคโนโลยีฟอกอากาศที่ใช้ในยานอวกาศ
- ช่วยขจัดกลิ่น สามารถกรองสารเคมี ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ที่มาของอาการระคายเคือง
- สามารถกรองกลิ่นได้ดีกว่าแผ่นคาร์บอนปกติ
- มีลมหมุนเวียนได้ถึง 3 มิติ จึงไม่เกิดมุมอับในการดูดอากาศ
- เซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศประสิทธิภาพสูง
- หน้าจอแสดงสัญลักษณ์สภาพอาดาศเป็นสถานะสีวงไฟ
- โหมดควบคุมความแรงของอากาศ ปรับระดับ 14 ระดับ
- ระบบการทำงานอัตโนมัติ เครื่องจะทำงานตามปริมาณฝุ่นละอองที่มีในอากาศสะดวกในการใช้งาน
- โหมดกลางคืน ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียง หรือแสงไฟจากตัวเครื่องจะรบกวนการนอน
9. Philips Air Purifier รุ่น AC2220
- ครอบคลุมพื้นที่กว้าง: รองรับห้องขนาดใหญ่สูงสุดถึง 109 ตร.ม. (ฟอกสะอาดรวดเร็ว)
- เทคโนโลยี VitaShield: กรองอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.003 ไมครอน (เล็กกว่า PM 2.5 ถึง 800 เท่า) รวมถึงไวรัสและละอองเกสร
- ฟอกอากาศไว: ค่า CADR สูงถึง 400 $m^3/h$ คืนอากาศบริสุทธิ์ได้ในเวลาไม่กี่นาที
- เซนเซอร์ AeraSense: ตรวจวัดคุณภาพอากาศแม่นยำระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาล พร้อมจอแสดงผลสีและตัวเลข
- เงียบสนิท: โหมด Sleep ทำงานเงียบเป็นพิเศษเพียง 15 dB ไม่รบกวนการนอน
- ประหยัดไฟ: ใช้พลังงานต่ำสุดเพียง 35W (เทียบเท่าหลอดไฟ 1 ดวง)
10. Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro
- ลมหายใจสะอาด ลมหายใจมีสุขภาพที่ดี
- จอแสดงผล OLED ใช้งานง่าย
- การกรองขนและละอองเกสรดอกไม้
- พื้นที่ครอบคลุมที่มีประสิทธิภาพ 35-60 ตร.ม.
- ฟอกอากาศ 15 นาทีสำหรับห้องนั่งเล่นขนาดประมาณ 40 ตร.ม.
- พื้นที่ครอบคลุมที่มีประสิทธิภาพขนาดใหญ่ 60 m²
- ตัวกรองสามในหนึ่งเดียว
- กำจัดกลิ่น
- เซ็นเซอร์เอฟเฟกต์คู่ PM2.5/PM10
- ไอออนไนซ์ในอากาศเชิงลบ
- การควบคุมอัจฉริยะ
- เสียงรบกวนต่ำ 33.7 dB(A)
- การแจ้งเตือนการเปลี่ยนแผ่นกรอง
ยี่ห้อแบรนด์ดัง เครื่องฟอกอากาศ ยอดนิยมในไทย
การเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier นั้นมีความสำคัญ เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศจะช่วยกรองอากาศภายในบ้านให้สะอาดบริสุทธิ์และปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศนั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้
ขนาดพื้นที่ห้องที่ต้องการใช้งาน
เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นจะมีอัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศต่อชั่วโมง (CADR) ที่แตกต่างกัน โดยค่า CADR นี้จะบอกถึงปริมาณอากาศที่เครื่องฟอกอากาศสามารถกรองได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งยิ่งค่า CADR สูง แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถกรองอากาศได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีค่า CADR เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้องที่ต้องการใช้งาน โดยสามารถคำนวณขนาดพื้นที่ห้องที่ต้องการใช้งานได้ตามสูตรดังนี้
ขนาดพื้นที่ห้อง (ตารางเมตร) = ความยาวห้อง (เมตร) x ความกว้างห้อง (เมตร)
ความต้องการด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
หากมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน รวมถึงควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองคาร์บอน เพื่อขจัดสารเคมีและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศ นอกจากนี้ หากอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศสูง ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองที่สามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ได้
ค่า CADR
ค่า CADR เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ โดยค่า CADR นี้จะบอกถึงปริมาณอากาศที่เครื่องฟอกอากาศสามารถกรองได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งยิ่งค่า CADR สูง แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถกรองอากาศได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยค่า CADR ที่นิยมใช้กันทั่วไปมีดังนี้
- ค่า CADR สำหรับฝุ่นละออง (Dust) : แสดงถึงความสามารถในการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน
- ค่า CADR สำหรับเกสรดอกไม้ (Pollen) : แสดงถึงความสามารถในการกรองละอองเกสรดอกไม้
- ค่า CADR สำหรับควันบุหรี่ (Smoke) : แสดงถึงความสามารถในการกรองควันบุหรี่
ระดับเสียง
เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นอาจทำงานได้เสียงดัง ซึ่งอาจรบกวนการพักผ่อน ดังนั้นจึงควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีระดับเสียงเบา โดยระดับเสียงที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 50 เดซิเบล ซึ่งจะไม่รบกวนการพักผ่อน
ฟังก์ชันการใช้งาน
เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นอาจมีฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติม เช่น การตั้งเวลาการทำงาน การตรวจวัดคุณภาพอากาศ เป็นต้น ซึ่งควรพิจารณาเลือกฟังก์ชันการใช้งานที่ตรงกับความต้องการใช้งาน
ราคา
ราคาของเครื่องฟอกอากาศนั้นแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติและยี่ห้อ โดยเครื่องฟอกอากาศที่มีราคาสูงมักจะมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศได้ดีกว่า
การรับประกัน
ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีระยะเวลาการรับประกันที่ยาวนาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน
คำแนะนำเพิ่มเติม
- ควรเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ควรทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศเป็นประจำ เพื่อขจัดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก
นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศนั้น ควรพิจารณาจากแบรนด์และชื่อเสียงของผู้ผลิตด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้เครื่องฟอกอากาศที่มีคุณภาพดีและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หวังว่าคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัย
Last Updated: March 10, 2026





